ซูเนโอะเป็นตัวละครที่คนส่วนใหญ่อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เพราะหมอนี่ชอบอวดรวย อวดนั่น อวดนี่เป็นประจำแถมยังก่อวีรกรรมไว้มากมาย
แต่แซ่บจี๊ดก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีสักกี่คนกัน ที่เคยล้วงลึกลงไปดูว่าความจริงแล้ว ‘ซูเนโอะ’ มีชีวิตจริงยังไงกันแน่ เค้ารวยจริงริเปล่า?ที่อวดๆนี่รวยแค่ไหน? หรือที่อวดอยู่เป็นแค่เปลือกที่ถูกสร้างขึ้น? รวมถึงความจริงที่ว่าเค้าอาจเป็นหนึ่งในเด็กที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องโดราเอม่อนก็ว่าได้

ในแง่ของฐานะ แซ่บจี๊ดขอเริ่มพาไปดูกันตั้งแต่ไทม์ไลน์ชีวิตตัวละครตามท้องเรื่องเพื่อให้เข้าใจสภาพสังคมในเวลานั้นซะก่อน โดยในฉบับหนังสือการ์ตูนโนบิตะถูกกำหนดให้เกิดตอนปี 1964 (พ.ศ.2507) และหากอ้างอิงข้อมูลตามประวัติศาสตร์ สถิติข้อมูลเผยว่าตอนช่วงปี 1960 ปริมาณบ้านในชานเมืองกว่า 9 ใน 10 เริ่มมีวิทยุใช้ ส่วนคนในเมืองเกินครึ่งเริ่มมีของอิเล็กทรอนิส์จำพวกเครื่องซักผ้า,พัดลม รวมถึงเซ็ตทีวีดังนั้นนี่จึง
เปรียบดั่งยุคที่ญี่ปุ่นกำลังวางรากฐานเศรษฐกิจก็ว่าได้ แล้วเมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 1970 ประชาชนญี่ปุ่นก็เริ่มมีตู้เย็น,ตู้ซักผ้าใช้เกือบครบทุกครัวเรือน รวมถึงประชาชนราว 53.4% มีรถใช้

อะแฮ่มก่อนจะดูวิชาการเกินไป ข้อมูลสภาพสังคมจริงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นก็ย่อมหมายความว่าคนในสังคมก็เริ่มมีความมั่งคั่ง…เอ แล้ว ‘ซูเนโอะ’ ของพวกเราเค้าจะอยู่ที่ระดับไหนของสังคมล่ะ? ข้อมูลเท่าที่มีการเผยไว้ในเพจวิกิพีเดียของเรื่องโดราเอม่อน ซูเนโอะจะได้รับเงินค่าขนมจากพ่อแม่ต่อเดือนราว 5,000 เยน (ประมาณ 1,400 บาท) ซึ่งถ้าลองคิดตาม กว่าพวกซูเนโอะ โนบิตะ จะเข้าเรียนชั้นประถมตอนนั้นก็คงจะแถวๆยุค 1970 และเงินขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ใช่น้อยสำหรับเด็ก
แล้วฐานะจริงๆของเค้า มันเจ๋งแบบที่ชอบอวดมั้ย?
ตรงนี้ต้องขอแบ่งทีละส่วน : เฉพาะด้านของครอบครัวซูเนโอะ
‘โฮเนะคาว่า ซึเนโอะ’ คือพ่อของซูเนโอะและเขามีอาชีพเป็นนักธุรกิจ ซึ่งซูเนโอะมักชอบอวดคนอื่นเป็นประจำว่าพ่อของเค้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าของบริษัท ตามข้อมูลเศรษฐกิจในญี่ปุ่น ตอนยุค 1980 ครอบครัวฐานะปกติของญี่ปุ่นจะมีรายได้ต่อปีราว 20,000 เหรียญ (ถ้าเทียบกับค่าเงินปัจจุบัน จะอยู่ที่ประมาณราว 700,000 บาท) นอกจากนี้งานวิจัยของ Robert F. HIMMELBERG ยังเคยกล่าวไว้อีกว่า “ในอดีตส่วนใหญ่หากพนักงานญี่ปุ่น หากทำงานที่ใดที่หนึ่ง ก็มักจะทำที่นั่นไปตลอดชีวิตจนกว่าเกษียณ ซึ่งสิทธิ์ประโยชน์และเงินเดือนก็จะเพิ่มมากตามอายุ”…ซึ่งหากอ้างอิงตามนี้และพ่อซูเนโอะเป็นขาใหญ่บริษัทจริง ก็แปลว่าน่าจะมีเงินเดือนสูงมากทีเดียว เนื่องจากมีพร้อมทั้งในแง่ตำแหน่งและความสูงอายุที่ส่งผลให้ได้เงินเพิ่ม ทั้งนี้ตามท้องเรื่องก็ไม่ได้มีการเจาะรายละเอียดว่าบริษัทของพ่อซูเนโอะประสบความสำเร็จระดับไหน เป็นบริษัทระดับใด ฉะนั้นหากรายได้พนักงานปกติต่อปีอยู่ที่ 700,000 บาท คนระดับหัวหน้าอย่างพ่อซูเนโอะก็อาจได้มากกว่านั้น 2 เท่า นั่นก็คือ 1,400,000 บาทต่อปี (โดยประมาณ ตัวเลขอาจคาดเคลื่อนได้และนี่ก็เป็นเพียงทฤษฏีเท่านั้น)
นอกจากนี้ โฮเนะคาว่า ซึเนโอะ ยังรู้จักกับคนมีชื่อเสียงมากมาย อาทิ นักเขียนการ์ตูน,ผู้กำกับหนัง บางทีเขาก็เอาต้นฉบับของนักวาดการ์ตูนมาให้ซูเนโอะได้ดูก่อนใครได้ด้วย ฉะนั้นหลักฐานจุดนี้น่าจะยืนยันได้ว่า โฮเนะคาว่านับเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่น่าจะมีหน้ามีตาอยู่บ้าง
ด้านญาติซูเนโอะ
ตระกูลซูเนโอะนั้นกว้างขวางและเค้าก็มีญาติเช่นกัน โดยน้องชายซูเนโอะอย่าง ‘โฮเนะกาว่า ซึเนสึกุ’ นั้นก็มีชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกากับลุง ซึ่งรับเขาเป็นบุตรบุญธรรม…แน่นอนหากพิจารณาในแง่สังคม การมีชีวิตในอเมริกายุคนั้นที่ถือเป็นประเทศเฟื่องฟูก็คือสิ่งที่ตอกย้ำได้ชัดว่า ญาติของซูเนโอะร่ำรวยกว่าตระกูลซูเนโอะหลายเท่าแน่…และนี่ก็อาจเป็นปมลึกๆ ที่ทำให้ซูเนโอะเกิดเสพติด ‘นิสัยอวดรวย’ เนื่องจากต้องการการยอมรับของสังคม เพราะในฉากหลังตระกูลของเขา ตระกูลซูเนโอะอาจด้อยกว่าเพื่อนเลยก็ว่าได้

มีหลักฐานน่าสนใจเกี่ยวกับความร่ำรวยแท้จริงของซูเนโอะที่ เคยถูกตั้งข้อสังเกตเอาไว้ (ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจไม่ทันเอะใจมาก่อนแน่)
คุณ Sial จากเว็บไซต์พันทิป เคยวิเคราะห์ชีวิตซูเนโอะไว้ได้อย่างลึกซึ้งมาก ซึ่งแซ่บจี๊ดขอยกบทวิเคราะห์นั้นมาประกอบเพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นอีกด้านของชีวิตซูเนโอะ
“สังเกตุดู ว่าเวลามีเหตุการณ์เบื้องหลังในบ้าน ซุเนโอะ เช่น เวลาไปเที่ยวฮาวาย เวาลาไปทะเล เวลาอยู่บ้านโดยไม่มีใครมาเห็นสภาพบ้านซุเนโอะ จะดูลำบากลำบนเสมอผิดกับฉากหน้า ที่เขาแสดงออกให้เพื่อนๆเห็น
ไปเที่ยวทะเลบังกะโลก็รั่วบ้างนั่งเรือยอร์ช
นั่งรถเล่น รถเสีย เรือเสียกลางทางตลอด อยู่บ้านก็ไอ้นั่นพัง ไอ้นี่เสีย ไอ้นั่นไม่มี ต้องประหยัด ขี้เหนียว
แม่ของซุเนโอะ ก็มักจะพูดอยู่บ่อยๆว่าซื้อของแพงแต่เป็นรุ่นลดราคามาใช้ หรือของดูแพงแต่จริงๆเป็นรุ่นราคาถูกมาใช้เป็นประจำน่าจะพอเข้าใจได้ว่า บ้านนี้ก็มีเงินระดับหนึ่ง แต่แสดงออกว่ารวยมากเกินฐานะ หรือไม่ก็รวยไม่จริง ข้าวของ สถานที่ที่ไปเที่ยวไปใช้ น่าจะเป็นพวกของเซลล์ ของถูกกว่าปกติ จึงเกิดปัญหาเสมอๆ จริงๆซุเนโอะ ดูเป็นคนที่ต้องการการยอมรับจากผู้อื่นสูงมากนะ”
ฉะนั้นหากมองในแง่นี้ ก็มีแนวโน้มว่า…ความจริงแล้วซูเนโอะก็รวยอยู่บ้าง แต่ความจริงก็อาจพอมีพอกินเท่านั้น ไม่ได้โคตรรวยมหาศาลแบบที่ชอบอวดนักหนา และที่เขาทำไปก็เพียงแค่ต้องการการยอมรับจากเพื่อนฝูงเท่านั้น เนื่องจากอาจเก็บกดจากการที่ครอบครัวตนเองไม่ยิ่งใหญ่เท่าญาติ (แต่ถึงอย่างไรก็รวยกว่าตระกูลโนบิตะอยู่ดี) ซึ่งน่าเสียดายที่แม้จะไม่ได้รู้ตัวเลขแน่ชัด แต่อย่างน้อยก็พอทำให้เข้าใจมากขึ้น ถึงที่มาของนิสัยจอมอวดของซูเนโอะและฐานะการเงินโดยประมาณของเค้า


